©2017 By BetterMind BY Kru P'Ton.

ความเชื่อของเรากับการส่งผลกระทบต่อชีวิต

 ชีวิตของคนเรานั้นต้องเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจทุกวันไม่ว่าการตัดสินใจนั้นจะเล็กหรือใหญ่เพียงใด เช่นการตัดสินใจเล็กๆอย่าง "กลางวันนี้จะทานอะไรดี?" 

 

การตัดสินใจของเราจะเกิดขึ้นและผลลัพธ์ของมันจะดีดเราไปสู่ทิศทางใดนั้น ขึ้นอยู่กับ "ความเชื่อ" ของเราที่มีต่อเรื่องนั้นๆ

 

บางทีเราอาจจะคิดว่า "ไม่หรอก จริงๆแล้วเราตัดสินใจจากข้อมูลที่ได้รับต่างหาก"

 

นั่นเป็นเพียงชั้นถัดลงมาเท่านั้น เพราะถัดรองลงมาอีกและอยู่ในระดับชั้นล่างสุดนั้นคือระดับความเชื่อ ซึ่งแสดงได้ดังนี้

 

ความเชื่อ -> ข้อมูล -> การตัดสินใจ -> การลงมือทำ -> ผลลัพธ์

 

จริงๆแล้ว "ความเชื่อ" เป็นรากของการตัดสินใจทั้งมวล 

 

1. เพราะความเชื่อที่เกี่ยวกับเรื่องนั้นๆ ผลักดันให้เราไปหาข้อมูลในแนวทางนั้น

2. เพราะข้อมูลในแนวทางนั้น ทำให้เรามีสิ่งสนับสนุนมากพอที่จะตัดสินใจแบบนั้น

3. เพราะการตัดสินใจแบบนั้น ทำให้เราตกลงใจที่จะทำแบบนั้น

4. เพราะการที่ได้กระทำแบบนั้น จึงได้ผลลัพธ์ออกมาเช่นนั้น

5. สิ่งที่ตามมาจากผลลัพธ์เช่นนั้นแหล่ะ ที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตของเราแบบนั้น

 

ดังนั้นอะไรจะเกิดขึ้นหากเรามีรากความเชื่อที่ทำให้เราต้องเผชิญกับความไม่ราบรื่นต่างๆในชีวิต? 

 

เพราะชีวิตมีหลายด้านหลายมิติ และเราก็ผ่านประสบการณ์ในชีวิตมาต่างกัน ดังนั้นเราจึงสร้างบทสรุปของประสบการณ์เราในเรื่องนั้นๆตามความเข้าใจของเราในขณะนั้น แล้วมันก็ประทับลงไปเป็นพิมพ์เขียวของชีวิตของเรา มันกลายเป็นแผ่นใสต้นแบบของเราที่เอาไว้ทาบเปรียบเทียบว่าสิ่งต่างๆที่เราเจอในทุกวันนี้นั้นจะเป็นไปตามบทสรุปเหล่านั้น 

 

ตัวอย่างเช่นผู้รับการบำบัดบางท่านที่เข้ามาบำบัดเรื่องการเงิน บางท่านมีความเชื่อว่าเงินเป็นสิ่งที่หาได้ยากและต้องทำงานอย่างหนักเพื่อแลกมา ตอนเป็นเด็กเคยทุกทิ้งให้ต้องอยู่คนเดียวบ่อยๆเพราะพ่อแม่ต้องออกไปหาเงิน ปัญหาหลายๆอย่างที่เกิดขึ้นในชีวิตเพราะเงินไม่พอ เงินจึงกลายเป็นตัวแทนของความไม่ดีเพราะคนรวยส่วนใหญ่เป็นคนไม่ดี ภาพลักษณ์ของเงินกลายเป็นสิ่งที่ชั่วร้ายและไม่น่าไว้ใจ สิ่งเหล่านี้ทำให้ผู้เข้ารับการบำบัดท่านนั้นๆไม่ต้องการจะยุ่งเกี่ยวกับเงิน เพราะไม่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับมัน แต่เงินก็เป็นสิ่งจำเป็นของเราและเขาก็ต้องการมันเหลือเกิน ความขัดแย้งในใจจึงเกิดขึ้นและกลายเป็นสาเหตุของความไม่สบายใจ พฤติกรรมการใช้เงินอย่างอันตราย รวมไปถึงความเครียดและกระทบปัญหาสุขภาพ

 

ทั้งหลายทั้งปวงเกิดจาก "ความเชื่อ" อันเป็น "บทสรุป" ของเรื่องราวประสบการณ์ในอดีต สิ่งนี้นี่เองที่ท้ายที่สุดแล้วส่งผลกระทบกับการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญต่างๆในชีวิตของเรา และเมื่อถึงจุดหนึ่งของชีวิต เรามีความเอะใจและตระหนักได้ว่าเรามีความรู้สึกขัดแย้งแปลกๆในใจที่อธิบายไม่ได้มารบกวนจิตใจอยู่เสมอ และนั่นทำให้เราต้องค้นหาคำตอบ

 

คำตอบของสิ่งที่เราตามหาคือการปรับจูนความเชื่อของเราให้ไปในทิศทางที่ไม่ขัดกับความรู้สึกของตัวเอง ในการจะทำสิ่งนี้ได้นั้น การเข้าใจตัวเองอย่างดีจึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะช่วยให้เรามองเห็นถึงรากของความเชื่อที่ขวางกั้นเราอยู่ การอนุญาตให้ไลฟ์โค้ชช่วยปรับจูนความเชื่อหรือแก้ปมชีวิตในอดีตก็เป็นอีกวิธีที่ได้ผลดีเช่นกัน

 

 

 

Please reload

Recent Posts

Please reload

Archive

Please reload

Tags